<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://www.blognone.com/">
  <channel>
    <title>Blognone - ข่าวไอที เทคโนโลยี มือถือ เกม ความปลอดภัย โอเพนซอร์ส</title>
    <link>https://www.blognone.com/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>ถอดรหัส LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ปั้นคนรุ่นใหม่ด้วยโจทย์ธุรกิจและ Data จริง</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150882</link>
  <description>&lt;p&gt;“ทักษะที่สำคัญในยุคนี้ คือความสามารถในการปรับตัว” นี่คือแนวคิดที่สะท้อนผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” ครั้งแรกของเวทีแข่งขันโจทย์ธุรกิจจริงจาก LINE MAN Wongnai ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศได้ลงสนามจริง ใช้ข้อมูลจริงและได้ทดลองพัฒนากลยุทธ์เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทยที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การ Pitch แผนธุรกิจแบบสดๆ กับ CEO สตาร์ตอัปยูนิคอร์นตัวจริงของไทย ยอด ชินสุภัคกุล เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://assets.brandinside.asia/uploads/2026/06/WebBI_LMWNlogo-scaled.jpg&quot; alt width=&quot;2560&quot; height=&quot;1344&quot;&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าพัฒนาทักษะศักยภาพของคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมกันสร้าง Tech Platform ที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ โครงการ LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ครั้งแรกนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาตรีทุกชั้นปีและทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทีม 3-4 คน ลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความน่าสนใจของโครงการนี้คือผู้เข้าแข่งขันจะได้เรียนรู้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจบนบริบทธุรกิจจริง จากการจัดเก็บข้อมูลจริงด้วยตนเอง ตั้งแต่การสำรวจพฤติกรรมเพื่อนนักศึกษา ไปจนถึงการเข้าไปพูดคุยเพื่อขุดหา Pain Point ที่ซ่อนอยู่ของร้านค้ารายย่อย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาต่อยอดในการออกแบบกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และมากกว่าการวางแผนบนหน้าจอ คือทุกทีมจะได้นำแผนของตัวเองไปลุยหน้างานจริงเพื่อพิสูจน์ว่าแคมเปญและกลยุทธ์ที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมา จะสามารถดึงดูดความสนใจและดันยอดผู้สมัคร LINE MAN VIP (แพ็กเกจสมาชิกรายเดือนและรายปีของแอปพลิเคชัน LINE MAN ที่ให้ผู้ใช้ได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เมื่อสมัคร เช่น ส่วนลดค่าส่ง ค่าอาหาร หรือบริการต่าง ๆ) ให้เติบโตได้จริงหรือไม่ ซึ่งประสบการณ์ที่ได้ลงมือและวัดผลจริง คือเสน่ห์ที่ท้าทายและดึงดูดให้นักศึกษาที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มุ่งมั่นที่จะมาพิสูจน์ฝีมือบนเวทีแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai อธิบายถึงเบื้องหลังแนวคิดนี้ว่า “โครงการนี้คือ Sandbox ของบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ที่สำคัญคือการลับความสามารถในการปรับตัวให้คมขึ้น เพราะโลกธุรกิจออนดีมานด์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในระดับวินาทีและการแข่งขันสูง คนรุ่นใหม่จะต้องฝึกวิธีคิดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในบริษัทสตาร์ตอัป ทั้งการตั้งคำถาม การหาอินไซต์ และการออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้ Data เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ แต่ละโครงการของ 6 ทีมสุดท้ายที่มานำเสนอมีความน่าสนใจและสามารถต่อยอดเป็นโครงการได้จริง”&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;3 ไอเดียธุรกิจ จาก Pain Point สู่กลยุทธ์ที่ทำได้จริง&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;การจัดโครงการในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนจะถูกคัดกรองอย่างเข้มข้นจนเหลือ 6 ทีมสุดท้าย ที่ต้องมานำเสนอแผนกลยุทธ์ต่อผู้บริหารระดับสูงของ LINE MAN Wongnai เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท โดย 3 ทีมผู้ชนะในปีนี้ต่างมีจุดเด่นในการแก้ปัญหาของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้อย่างเฉียบคม ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ชนะเลิศ ทีม 2AM จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 50,000 บาท ด้วยการหยิบกลยุทธ์ “ง่ายและไว” หลังพบว่าอุปสรรคที่ทำให้นักศึกษาไม่สมัคร LINE MAN VIP ไม่ใช่เรื่องของราคา แต่คือ ความลังเลและขั้นตอนที่ดูซับซ้อนในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์&amp;nbsp; ทีมจึงปรับขั้นตอนให้ง่ายและรวดเร็วต่อการใช้งาน พร้อมทั้งยังออกแคมเปญฮีโร่อย่าง SME Smile และ เด็กเกษตร&amp;nbsp; โดยเปลี่ยนโรงอาหารซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของนักศึกษาในช่วงเวลาพักเที่ยง ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ควบคู่ไปกับการแจกโค้ดจากการเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียที่ร่วมมือกับสโมสรนิสิตและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเจาะตรงถึงคอมมูนิตี้นักศึกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม What’s Your GPA ? จาก สจล. คว้ารางวัล 30,000 บาท ด้วยการต่อยอดแนวคิด “Zero-Waste Marketing” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ Gen Z โดยผลักดันให้ LINE MAN กลายเป็นแอปหลักที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระบบ KMITL UApp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันมือถืออย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย และสร้างทีมแอมบาสเดอร์ The Survivor ซึ่งเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์สาย Real Lifestyle จากคณะต่าง ๆ เพื่อช่วยแชร์เรื่องราวและแชร์ทริคการใช้ชีวิตสุดคุ้ม ผ่านการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าถึงใจเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Manova จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 20,000 บาท ด้วยแนวคิด “เพื่อน-รัก-LINE MAN” ที่มุ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากรายได้ที่จำกัดของนักศึกษาและใช้กลยุทธ์ Gamification ดึงดูดให้นักศึกษาเข้ามาทำภารกิจสนุก ๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม 'VIP Hunter' หรือการแชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์เพื่อสะสมแต้ม แล้วนำไปปลดล็อกรางวัลได้ทันที เป็นการเปลี่ยนมุมมองเรื่องการจ่ายค่าส่งให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและคุ้มค่า สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มนักศึกษาได้&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;“Fail Fast, Learn Faster” บทเรียนที่มีค่ากว่ารางวัล&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้ คือทัศนคติในการรับมือกับความไม่แน่นอน ตัวแทนจากทีม 2AM เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยอินไซต์ที่ได้เรียนรู้ว่า ในโลกธุรกิจจริงไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก หลายครั้งที่ทีมเจอความล้มเหลวจากกิจกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ หรืออินไซต์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา พวกเขาจึงเลือกหยิบเอาวิถีการทำงานแบบ LINE MAN Wongnai Startup Spirit มาเป็นอาวุธสำคัญ นั่นคือแนวคิด Fail Fast, Learn Faster &quot;ถ้าแผนไหนไม่เวิร์กก็รีบกลับมาปรับและทดลองใหม่ทันที&quot; ซึ่งตลอดการแข่งขันนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับพวกเราคือ การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่ไอเดีย แต่คือความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงให้เร็วที่สุด”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท้ายที่สุด โครงการ Junior Case Competition สะท้อนให้เห็นความเชื่อของ LINE MAN Wongnai ที่ว่า ศักยภาพของคนรุ่นใหม่จะเติบโตได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการลงมือทำ โครงการนี้คือพื้นที่จำลองโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแผนบนหน้าจอให้กลายเป็นผลงานจริง โดยไอเดียของทีมผู้ชนะจะถูกนำไปเพื่อต่อยอดปรับใช้เป็นแคมเปญจริงบนแพลตฟอร์ม นี่จึงเป็นเวทีที่พิสูจน์ว่า ไอเดียของนักศึกษาก็สามารถสเกลขึ้นไปเป็นผลงานจริง ที่เข้าถึงผู้ใช้งานหลักล้านคนทั่วประเทศได้ &lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Fri, 12 Jun 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>advertorial</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150882 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เมื่อ AI ทำลายกำแพงขนาดธุรกิจ! ถอดรหัสโครงการ AI Ready for SMEs ที่ปลดล็อกศักยภาพ SMEs 3.13 ล้านรายในไทย</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150841</link>
  <description>&lt;p&gt;โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยพึ่งพาเม็ดเงินจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs มาโดยตลอด ตัวเลขผู้ประกอบการกว่า 3.13 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.6 ของภาคธุรกิจทั้งหมด คือฟันเฟืองหลักที่โอบอุ้มการจ้างงานในระบบไว้สูงถึงร้อยละ 70 และขับเคลื่อน GDP ถึงร้อยละ 35 ทว่าในโลกการค้ายุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าอดีตหลายเท่า จนคำว่ารอดอาจไม่ใช่เป้าหมายที่เพียงพออีกต่อไปสำหรับคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งการมาถึงของ AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือเครื่องมือทลายข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่เคยเป็นจุดอ่อนคลาสสิกของ SMEs ในอดีต องค์กรขนาดใหญ่ได้เปรียบด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ระบบไอทีซับซ้อน และฝั่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน AI กำลังทำหน้าที่เป็นทางลัดด้านต้นทุนและเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ AI คืออะไร แต่คือ จะนำมาใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่คือที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญระว่าง AIS Business ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อองค์กรธุรกิจ และ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมกันเปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs เพื่อส่งมอบ Smart Solutions ที่ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน SMEs ไทยทุกระดับโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image1.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เจาะ 5 ปมปัญหาใหญ่ ทำไม SMEs ไทยอยากใช้ AI แต่ยังไปไม่ถึงดวงดาว&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;จากการสำรวจพฤติกรรมและการให้บริการลูกค้าองค์กรของ AIS Business พบว่าผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญของ AI แต่มี 5 อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การขาดแคลนทักษะและบุคลากรสายเทคโนโลยี: SMEs ไม่สามารถจ้างนักวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จำนวนมากมาร่วมทีมได้เหมือนองค์กรใหญ่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน: ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ไม่ต้องการลงทุนในระบบที่ซับซ้อนแต่ไม่ตอบโจทย์ยอดขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฐานข้อมูลที่กระจัดกระจาย: ข้อมูลภายในองค์กร เช่น เอกสารภายใน สรุปยอดขายสิ้นวัน หรือข้อมูลลูกค้า มักถูกจัดเก็บอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อยอดด้วยเทคโนโลยีได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความซับซ้อนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน: การสร้างเครื่องมือดิจิทัลเฉพาะทางในอดีตต้องอาศัยการเขียนโค้ดที่ใช้เวลาและงบประมาณสูง เกินกว่าที่หน้างานของระดับผู้บริหาร SMEs จะลงมาโฟกัสได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความปลอดภัยของข้อมูล: ความระแวงว่าข้อมูลความลับทางธุรกิจหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะรั่วไหลออกสู่สาธารณะจากการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปในท้องตลาด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;เพื่อแก้โจทย์หินทั้ง 5 ข้อนี้ โครงการ AI Ready for SMEs จึงไม่ได้มาเพียงแค่ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป แต่เป็นการวางรากฐานผ่าน 3 กลยุทธ์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของธุรกิจไทยตั้งแต่องค์กรระดับเล็ก กลาง ไปจนถึงระดับใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image6.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;3 กลยุทธ์ปลดล็อกศักยภาพ ยกระดับคนตัวเล็กสู่สมรภูมิระดับโลก&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;แผนหลักภายใต้โครงการนี้ ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้งเรื่องของแพ็กเกจราคาที่เข้าถึงง่าย การเสริมสร้างทักษะความรู้ และการสร้างโครงสร้างนวัตกรรมพร้อมใช้ ประกอบด้วยรายละเอียดเชิงลึกดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1. แพ็กเกจที่ครอบคลุมเพื่อ SMEs (SME AI Ready Package)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การผสานพลังระหว่างโครงข่ายอัจฉริยะ 5G/Broadband ของ AIS และเครื่องมือการทำงานระดับโลกอย่าง Microsoft 365 และ Copilot โดยแพ็กเกจนี้ถูกแบ่งระดับความต้องการไว้อย่างชัดเจน เริ่มต้นที่ราคาจับต้องได้เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทดลองใช้งานได้ทันที&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 499 บาท/เดือน: เน้นการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับระบบ Secure AI Chat สำหรับการใช้งานทั่วไปในองค์กรอย่างปลอดภัย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 659 บาท/เดือน: เพิ่มศักยภาพการทำงานขั้นสูงด้วย Microsoft 365 Copilot ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานขององค์กรเข้ากับพลังของ AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;จุดเด่นสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ บริการหลังการขายโดย AIS Service Desk ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Hotline 1740 เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีทีมไอทีเป็นของตัวเอง จะมีคนคอยดูแลระบบและให้คำปรึกษาตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 รายแรกที่สมัครใช้งาน รับสิทธิ์เข้าเวิร์กช็อปฟรี และหากสมัครตั้งแต่ 10 ไลเซนส์ขึ้นไป จะมีทีมงานเข้าไปฝึกอบรมแบบไพรเวตให้ถึงออฟฟิศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image4.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. การพัฒนาทักษะ AI ให้ SMEs ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะเทคโนโลยีจะไร้ประโยชน์หากผู้ใช้ขาดความเข้าใจ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการกระจายความรู้สู่ภูมิภาคผ่านกิจกรรมโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญครอบคลุม 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งเป้ายกระดับทักษะผู้ประกอบการมากกว่า 700 รายภายในสิ้นปี 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแง่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ไมโครซอฟท์ได้นำหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ AI จากโครงการ Microsoft Elevate มากกว่า 200 คอร์ส มาไว้บนเว็บไซต์ของ AIS Business ให้ผู้ประกอบการและพนักงานเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงเพื่อเสริมขีดความสามารถทางดิจิทัลในระยะยาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. SME AI Agent ที่มากับโซลูชัน AI พร้อมใช้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก้าวต่อไปของเครื่องมือสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ คือการเปลี่ยนจาก AI ที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามทั่วไป มาเป็น AI Agent หรือผู้ช่วยเฉพาะทางประจำองค์กร โครงการนี้ได้พัฒนา AI Agent Template บนระบบ Copilot นำร่องด้วย Business Assistant AI เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์ยอดขาย และให้คำแนะนำที่แม่นยำในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอนาคตอันใกล้ มีแผนที่จะขยายขีดความสามารถไปยังฟังก์ชันสำคัญอื่น ๆ เช่น HR Agent และ Finance Agent ตลอดจนการพัฒนาโมเดลเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น AI Agent สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC ซึ่ง AIS มี AI Lab พร้อมรองรับการทดสอบและการใช้งานจริงของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image3.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เปลี่ยน AI จาก “เรื่องสนุกสนาน” สู่ “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ”&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) มองว่า องค์กรที่ปรับตัวเข้าหา AI ได้เร็วที่สุดจะเป็นกลุ่มที่รอดและรุ่ง ข้อดีของ SMEs คือโครงสร้างที่เล็ก ทำให้ปรับตัวได้ไวกว่าองค์กรขนาดใหญ่ แต่ต้องเลิกมอง AI เป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพหรือวิดีโอเพื่อความสนุกสนาน ทว่าต้องนำมาใช้ทำงานแทนพนักงานในลักษณะ Hyper Personalization&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็น การทำตลาดเฉพาะบุคคล การจัดการระบบตอบรับลูกค้าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งการทำเกษตรอัจฉริยะ ที่ดึงข้อมูลดิน น้ำ และสภาพอากาศมาประมวลผลร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วคือ สามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานหน้างานได้ถึง 20 ชั่วโมงต่อเดือน ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแต้มต่อในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า AI ไม่ใช่แค่ระบบทางเลือก แต่คือเพื่อนสนิทคนใหม่ของ SMEs&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image5.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า วันนี้ความสามารถของ AI ก้าวข้ามไปเทียบเท่าระดับปริญญาเอก และรองรับมากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก โอกาสนี้จึงเปิดกว้างสำหรับทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างคือข้อมูลและองค์ความรู้ที่คุณใส่เข้าไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปแบบคอนซูเมอร์ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลความลับของบริษัทหลุดไหลออกสู่ภายนอก การหันมาใช้ระบบปิดที่เป็น Enterprise Grade อย่าง Microsoft 365 Copilot จะช่วยปกป้องข้อมูลไม่ให้รั่วไหล ควบคู่กับการใช้ระบบ Low-Code ของ Copilot Studio ที่ช่วยให้ SMEs เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ ERP หรือ CRM เดิมที่มีอยู่ มาสร้างเป็น AI Agent ประจำองค์กรได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image7.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้าย คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส เสริมว่า AIS Business มุ่งหวังให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีที่สร้าง Outcome ทางธุรกิจอย่างแท้จริง หน้าที่ของเจ้าของกิจการคือการโฟกัสเรื่องธุรกิจและการเติบโต ไม่ใช่เรื่องของการมาตั้งทีมไอทีหรือกังวลระบบหลังบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะ AIS จะทำหน้าที่การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างแข็งแกร่ง ทั้งเครือข่าย 5G และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ตลอดจนการจัดการด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จึงเป็นสิ่งที่ AIS เข้ามาจัดการให้เบ็ดเสร็จผ่านแพ็กเกจที่เหมาะสมกับการเติบโตของแต่ละองค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Blognone มองว่า เทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่น่ากลัว สิ่งที่เป็นจุดสูงสุดในวันนี้ อาจกลายเป็นเรื่องล้าสมัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การหยุดอยู่กับที่ในสมรภูมิธุรกิจยุคปัจจุบันจึงเท่ากับการเดินถอยหลังอย่างปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการ “AI Ready for SMEs” จากความร่วมมือของ AIS Business และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเครื่องมือระดับโลกมาใช้งานภายใต้ต้นทุนที่ควบคุมได้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและทีมงานสนับสนุนระดับมืออาชีพ ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวในการเปลี่ยนผ่านจาก ความเล็กที่เสียเปรียบ สู่ ความเล็กที่คล่องตัวและทรงพลัง บนโลกการค้ายุคใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจยกระดับองค์กรสู่ยุค AI อย่างปลอดภัย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการ &lt;a href=&quot;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&quot;&gt;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>sponsored</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150841 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>[ลือ] iPhone Air 2 กำหนดเปิดตัวต้นปีหน้า มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว เพิ่มเลนส์อัลตร้าไวด์</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150936</link>
  <description>&lt;p&gt;ข่าวลือสินค้าแอปเปิลจาก Mark Gurman คนเดิมอีกเช่นเคย คราวนี้เขาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone Air รุ่นถัดไป ซึ่ง&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/148912&quot;&gt;คาดมีกำหนดเปิดตัวต้นปี 2027&lt;/a&gt; โดยมีการอัปเกรดสเป็กหลายอย่างจากรุ่นแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่ชัดเจนที่สุดคือกล้องหลัง เขาบอกว่า iPhone Air รุ่นใหม่จะมีเลนส์ 2 ตัว เป็นเลนส์ไวด์แบบเดิม และเพิ่มอัลตร้าไวด์เข้ามา ขณะที่การออกแบบภาพรวมยังเหมือนเดิม ใช้ชิปรุ่นใหม่ A20 เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร และมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา iPhone Air เป็น iPhone ที่มีข่าวออกมาเรื่อย ๆ ว่า&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/148596&quot;&gt;ขายไม่ค่อยดี&lt;/a&gt;เมื่อเทียบไลน์สินค้า iPhone 17 ที่ออกมาพร้อมกัน สาเหตุหนึ่งที่หลายคนปฏิเสธเลยก็คือมีกล้องหลังเพียง 1 ตัว ก็ต้องดูกันต่อไปว่าถ้าแอปเปิลเพิ่มเป็น 2 ตัวจริงตามข่าว จะมีคนสนใจมากขึ้นหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-17/apple-prepares-second-generation-iphone-air-for-spring-2027&quot;&gt;Bloomberg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 13:08:52 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150936 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>ดีกันแล้ว Spider-Man: Brand New Day หนังค่าย Sony Pictures แต่ใช้มือถือ Samsung ในเรื่อง</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150935</link>
  <description>&lt;p&gt;ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร แม้ในอดีตเคยเป็นคู่แข่งกันโดยตรงในตลาดสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ล่าสุด ภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day ภาคใหม่ของค่าย Sony Pictures มีตัวละครในเรื่องที่ใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้อ Samsung&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวละครนี้คือ Ned Leeds เพื่อนรักของ Peter Parker ประดิษฐ์อุปกรณ์ติดตามตัวชื่อ Spidey Tracker บนสมาร์ทโฟนจอพับ Galaxy Z Fold ร่วมกับนาฬิกา Galaxy Watch นอกจากนี้ในหนังยังมีฉากที่ Spider-Man ถือโทรศัพท์ Galaxy Z Flip ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถึงแม้การให้ตัวละครในภาพยนตร์ถือสินค้าของแบรนด์ต่างๆ เป็นเรื่องปกติทั่วไป เพราะเกิดจากสัญญาเชิงพาณิชย์ระหว่างผู้สร้างหนังกับแบรนด์ที่มีผลประโยชน์ตอบแทน แต่การที่หนังจาก Sony ใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์คู่แข่งตรงๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - ข่าวประชาสัมพันธ์ Samsung Thailand&lt;/p&gt;
&lt;iframe width=&quot;640&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/tLeBDumanoc&quot; title=&quot;SPIDER-MAN: BRAND NEW DAY – New Trailer&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 12:42:30 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150935 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Midjourney ประกาศพัฒนาสแกนเนอร์ร่างกายมนุษย์ สำหรับใช้ด้านการแพทย์ (ข่าวจริง)</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150934</link>
  <description>&lt;p&gt;ที่ต้องบอกไว้ตั้งแต่ต้น เผื่ออ่านแล้วเกิดสงสัยว่าใช่ Midjourney ที่รู้จักหรือไม่ โดยบริษัทที่หลายคนรู้จักจากการพัฒนาเครื่องมือสร้างรูปภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์นี้ได้ประกาศโครงการใหม่ &lt;strong&gt;Midjourney Medical&lt;/strong&gt; ที่ต้องการสร้างเทคโนโลยีซึ่งเก็บข้อมูลจากร่างกายมนุษย์ได้มาก เร็ว และมีต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุปกรณ์แรกภายใต้โครงการนี้เครื่องสแกนร่างกาย โดยการทำงานนั้นผู้ถูกสแกนร่างกายจะลงไปในสระน้ำที่มีวงแหวนเซ็นเซอร์ใต้น้ำ ส่งคลื่นสะท้อนในมุมต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลร่างกายออกมาให้มากที่สุด โดยกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่เกิน 60 วินาที แต่ข้อมูลที่ได้สามารถสร้าง 3D ของร่างกายได้ละเอียดระดับ MRI เร็วกว่านับร้อยเท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Midjourney บอกว่าเพื่อให้โครงการนี้ง่ายและสนุกสำหรับทุกคน เครื่องสแกนร่างกายนี้จะติดตั้งไว้ใน &lt;strong&gt;สปา Midjourney&lt;/strong&gt; โดยแห่งแรกจะอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก กำหนดเปิดปี 2027 ทำให้การแช่บ่อน้ำเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลร่างกายไปได้พร้อมกัน โดยบริษัทเชื่อว่าหากการแพทย์มีข้อมูลของแต่ละบุคคลที่ละเอียดมากขึ้น ย่อมลดโอกาสการเสียชีวิตจากเหตุต่าง ๆ ได้มาก รวมทั้งสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้อีกมาก โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการอนุมัติจาก FDA ซึ่งบริษัทคาดว่าจะทันก่อนเปิดให้บริการสปา และเตรียมขยายไปยังเมืองอื่นเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.midjourney.com/medical/blogpost&quot;&gt;Midjourney&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 12:28:16 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150934 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Noam Shazeer หนึ่งในหัวหน้าทีม Gemini ประกาศย้ายไปทำงานที่ OpenAI</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150933</link>
  <description>&lt;p&gt;Noam Shazeer หนึ่งในหัวหน้า Gemini ของกูเกิล &lt;a href=&quot;https://x.com/NoamShazeer/status/2067400851438932297&quot;&gt;ประกาศ&lt;/a&gt;ว่าเขาตัดสินใจย้ายไปทำงานที่ OpenAI โดยยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก และภูมิใจกับทีมงานของกูเกิลตลอดช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Shazeer เริ่มทำงานกับกูเกิลมาตั้งแต่ปี 2000 ผลงานที่โดดเด่นของเขาคือการเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างสถาปัตยกรรม Transformer ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาขนาดใหญ่ (LLM)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาลาออกจากกูเกิลในเวลาต่อมาเพื่อไปทำสตาร์ทอัป Character.AI ที่เมื่อปี 2024 &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/141221&quot;&gt;กูเกิลก็ทำข้อตกลง&lt;/a&gt;และจ้างเขากับผู้ร่วมก่อตั้งอีกคน Daniel De Freitas ให้กลับมาทำงานที่กูเกิล โดยตัวเลขผลตอบแทนไม่เป็นทางการคือ 2.7 พันล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวแทนของกูเกิลชี้แจงเรื่องการลาออกนี้ว่าบริษัทขอบคุณ Shazeer สำหรับการทุ่มเทให้กับกูเกิลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://thenextweb.com/news/googles-gemini-co-lead-noam-shazeer-is-leaving-for-openai&quot;&gt;The Next Web&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 12:08:02 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150933 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Threads มีจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านบัญชีแล้ว</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150926</link>
  <description>&lt;p&gt;Threads แพลตฟอร์มโซเชียลสไตล์ไมโครบล็อกกิ้งเน้นตัวหนังสือของ Meta ที่&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/134699&quot;&gt;ทำออกมาแข่งกับ X&lt;/a&gt; ประกาศสถิติผู้ใช้งานว่ามีจำนวนมากกว่า 500 ล้านบัญชี แบบใช้งานเป็นประจำทุกเดือนแล้ว (MAUs) ซึ่ง Meta บอกว่าตัวเลขนี้สะท้อนการพัฒนาแพลตฟอร์ม ที่ปรับปรุงโดยรับฟังความเห็นจากผู้ใช้งานต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลข 500 ล้านนี้ เพิ่มขึ้นมาอีก 100 ล้าน จากเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่ง &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/147755&quot;&gt;Threads บอกว่ามีผู้ใช้งาน 400 ล้านบัญชี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Threads ยังประกาศเพิ่มฟีเจอร์หลายอย่างเพื่อฉลองผู้ใช้งาน 500 ล้านบัญชีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่างให้ &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/148395&quot;&gt;Community&lt;/a&gt; ทั้ง Hub ให้ค้นหาง่ายขึ้น, เพิ่มไอคอนห้องคุย, เพิ่มแถบสถานะหัวข้อที่ใกล้ได้โปรโมตเป็น Community และอื่น ๆ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Your Algo สามารถปรับแต่งอัลกอริทึมให้เลือกคอนเทนต์ตามความสนใจได้เอง แบบเดียวกับ &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150879&quot;&gt;Instagram&lt;/a&gt; แต่ได้เฉพาะบางประเทศก่อน ยังไม่มีไทย&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://about.fb.com/news/2026/06/meta-launching-new-features-500-million-monthly-threads-users/&quot;&gt;Meta&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 01:25:59 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150926 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Tim Cook ส่งสัญญาณ Apple ยังไงก็ต้องขึ้นราคาสินค้า เหตุต้นทุนชิ้นส่วนพุ่งสูง</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150931</link>
  <description>&lt;p&gt;Tim Cook ซีอีโอแอปเปิลให้สัมภาษณ์พิเศษกับ The Wall Street Journal ยอมรับว่าการขึ้นราคาสินค้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นผลจากราคาชิ้นส่วนปรับเพิ่มสูงขึ้นมากทั้งชิปหน่วยความคำ และชิปจัดเก็บข้อมูล ที่ผ่านมาแอปเปิลพยายามจัดการต้นทุนส่วนนี้ให้มากที่สุด แต่สถานการณ์จนถึงปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม Cook ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการขึ้นราคาสินค้าของแอปเปิลจะเริ่มเมื่อใด และสินค้าใดที่กระทบมากน้อยบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สินค้าใหม่ตัวถัดไปที่แอปเปิลคาดว่าจะเปิดตัวคือ&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/149828&quot;&gt;ตระกูล iPhone 18&lt;/a&gt; ซึ่งปีนี้แอปเปิลอาจออก &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150248&quot;&gt;iPhone รุ่นหน้าจอพับ&lt;/a&gt;ด้วย ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องรอดูว่าราคาจะทะยานขึ้นไปเท่าใด ส่วนตระกูล Mac ที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า แอปเปิลก็ยังไม่ได้ขึ้นราคา แต่ใช้วิธี&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150410&quot;&gt;เลิกขายรุ่นราคาถูกของ Mac mini&lt;/a&gt; และ&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150453&quot;&gt;ตัดตัวเลือกการเพิ่มแรมขนาดใหญ่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Cook อธิบายปัญหาของชิปหน่วยความจำระดับคอนซูเมอร์ ที่ตอนนี้ผู้ผลิตต่างเน้นการทำชิปขายเซิร์ฟเวอร์ AI ว่าทำให้สินค้าขาดตลาด และเมื่อแอปเปิลต้องการสินค้าในสายการผลิตก็จะมาพร้อมราคาที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่แอปเปิลกำลังทำคือเข้าไปให้เงินลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตสำหรับส่วนคอนซูเมอร์นี้ โดยไม่มีแนวคิดตั้งโรงงานขึ้นมาเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้าย Cook บอกว่าตัวเขาที่ทำงานด้านซัพพลายเชนมาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ IBM, Compaq และแอปเปิล เขาไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ผันผวนมากระดับนี้มาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.wsj.com/tech/apple-price-increases-memory-supply-199845b1&quot;&gt;The Wall Street Journal&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Thu, 18 Jun 2026 01:23:19 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150931 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Copilot Cowork เข้าสถานะ GA, ปรับวิธีคิดเงินตามปริมาณ, เตรียมเพิ่มโมเดลใหม่ Cowork1</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150930</link>
  <description>&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ประกาศให้บริการ Copilot Cowork เต็มรูปแบบ (general availability) หลัง&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/149976&quot;&gt;เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Copilot Cowork เป็นการฝัง Claude Cowork ของ Anthropic เข้ามาใน Microsoft 365 โดยตรง ให้ทำงานเป็น agent ทำงานยากๆ แทนเรา ไม่ต้องไปรัน Cowork แยกเองข้างนอกแล้วให้มาควบคุม Microsoft 365 อีกที ข้อดีคือเรื่อง integration ที่แนบเนียนกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย สิทธิการเข้าถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกประกาศคือ ไมโครซอฟท์ปรับวิธีคิดค่าใช้ Cowork มาคิดตามปริมาณการใช้งาน (usage-based) ตามแนวทางของโลก AI ในช่วงหลังที่เลิกคิดแบบเหมาจ่ายแล้ว วิธีคิดเงินจะอิงตามเครดิตที่เรียกว่า Copilot Credit โดยงานที่รันจะคิดค่าเครดิตต่างกัน ขึ้นกับปัจจัย 4 อย่างคือ โมเดล, บริบท (context), เครื่องมือที่เรียกใช้ (tools) และระยะเวลาที่ใช้รันงาน (runtime)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมโครซอฟท์ยังบอกว่าจะออกโมเดลที่ใช้รันงานใน Copilot Cowork ตัวใหม่ชื่อ Cowork1 ที่ปรับแต่ง (fine-tuned) จากเดิม ให้ทำงานได้ในราคาที่ถูกลงมาก ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้โมเดลตัวท็อปแบบ Claude หรือ GPT 5.5 ที่เปิดให้ทดสอบแล้ว, และกำลังจะมีโมเดลราคาถูกแบบ Cowork1 ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/blog/2026/06/16/copilot-cowork-is-now-generally-available/&quot;&gt;Microsoft&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-05/m365-blog_06.16.2026_infographic-1_r6-1-2048x1085.webp&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Wed, 17 Jun 2026 23:32:07 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150930 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>[ลือ] iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี จะมี 3 รุ่น แบบจอไร้ขอบ และรุ่นหน้าจอพับที่อัปเกรด</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150925</link>
  <description>&lt;p&gt;Mark Gurman แห่ง Bloomberg คนเดิม รายงานข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการออก iPhone &lt;strong&gt;ปีหน้า&lt;/strong&gt; เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี iPhone รายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;iPhone รุ่นปกติ จะออกมา 2 ขนาดหน้าจอแนวทางเดียวกับการออกรุ่น Pro และ Pro Max คือ 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว ตามลำดับ จอจะออกแบบใหม่ให้ไร้ขอบ กระจกหน้าจอแบบโค้ง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;iPhone หน้าจอพับได้รุ่นที่ 2 ต่อจากรุ่นแรกที่จะออกมาในปีนี้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;iPhone ทั้ง 3 รุ่นที่ออกมาจะเป็นรุ่นเรือธง ใช้ชิป A21 เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร นอกจากนี้ยังมีแผนออก iPhone 19 รุ่นปกติเช่นกันในต้นปี 2028 และไม่ได้ใช้ชิปตัวเดียวกับ A21 ของ 3 รุ่นข้างต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Gurman ยังให้ข้อมูลของ &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150475&quot;&gt;AirPods มีกล้อง ที่ให้ข่าวลือมาระยะหนึ่ง&lt;/a&gt; ว่าจะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ปี 2027 โดยกล้องใน AirPods นี้มีเพื่อดูสภาพแวดล้อม ส่งข้อมูล และทำงานร่วมกับ Siri เท่านั้น ไม่ได้ไว้บันทึกภาพหรือวิดีโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-16/apple-plans-camera-airpods-iphone-foldable-2-20th-anniversary-iphone-in-2027&quot;&gt;Bloomberg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Wed, 17 Jun 2026 20:44:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150925 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
