<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://www.blognone.com/">
  <channel>
    <title>Blognone - ข่าวไอที เทคโนโลยี มือถือ เกม ความปลอดภัย โอเพนซอร์ส</title>
    <link>https://www.blognone.com/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>ถอดรหัส LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ปั้นคนรุ่นใหม่ด้วยโจทย์ธุรกิจและ Data จริง</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150882</link>
  <description>&lt;p&gt;“ทักษะที่สำคัญในยุคนี้ คือความสามารถในการปรับตัว” นี่คือแนวคิดที่สะท้อนผ่านโครงการ “LINE MAN Wongnai Junior Case Competition 2026” ครั้งแรกของเวทีแข่งขันโจทย์ธุรกิจจริงจาก LINE MAN Wongnai ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศได้ลงสนามจริง ใช้ข้อมูลจริงและได้ทดลองพัฒนากลยุทธ์เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนดีมานด์อันดับหนึ่งของไทยที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน และมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การ Pitch แผนธุรกิจแบบสดๆ กับ CEO สตาร์ตอัปยูนิคอร์นตัวจริงของไทย ยอด ชินสุภัคกุล เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://assets.brandinside.asia/uploads/2026/06/WebBI_LMWNlogo-scaled.jpg&quot; alt width=&quot;2560&quot; height=&quot;1344&quot;&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;LINE MAN Wongnai ตั้งเป้าพัฒนาทักษะศักยภาพของคนรุ่นใหม่เพื่อร่วมกันสร้าง Tech Platform ที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ โครงการ LINE MAN Wongnai Junior Case Competition ครั้งแรกนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาตรีทุกชั้นปีและทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทีม 3-4 คน ลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความน่าสนใจของโครงการนี้คือผู้เข้าแข่งขันจะได้เรียนรู้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจบนบริบทธุรกิจจริง จากการจัดเก็บข้อมูลจริงด้วยตนเอง ตั้งแต่การสำรวจพฤติกรรมเพื่อนนักศึกษา ไปจนถึงการเข้าไปพูดคุยเพื่อขุดหา Pain Point ที่ซ่อนอยู่ของร้านค้ารายย่อย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาต่อยอดในการออกแบบกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และมากกว่าการวางแผนบนหน้าจอ คือทุกทีมจะได้นำแผนของตัวเองไปลุยหน้างานจริงเพื่อพิสูจน์ว่าแคมเปญและกลยุทธ์ที่พวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นมา จะสามารถดึงดูดความสนใจและดันยอดผู้สมัคร LINE MAN VIP (แพ็กเกจสมาชิกรายเดือนและรายปีของแอปพลิเคชัน LINE MAN ที่ให้ผู้ใช้ได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เมื่อสมัคร เช่น ส่วนลดค่าส่ง ค่าอาหาร หรือบริการต่าง ๆ) ให้เติบโตได้จริงหรือไม่ ซึ่งประสบการณ์ที่ได้ลงมือและวัดผลจริง คือเสน่ห์ที่ท้าทายและดึงดูดให้นักศึกษาที่อยากก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง มุ่งมั่นที่จะมาพิสูจน์ฝีมือบนเวทีแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai อธิบายถึงเบื้องหลังแนวคิดนี้ว่า “โครงการนี้คือ Sandbox ของบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ที่สำคัญคือการลับความสามารถในการปรับตัวให้คมขึ้น เพราะโลกธุรกิจออนดีมานด์ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในระดับวินาทีและการแข่งขันสูง คนรุ่นใหม่จะต้องฝึกวิธีคิดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในบริษัทสตาร์ตอัป ทั้งการตั้งคำถาม การหาอินไซต์ และการออกแบบแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้ Data เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ แต่ละโครงการของ 6 ทีมสุดท้ายที่มานำเสนอมีความน่าสนใจและสามารถต่อยอดเป็นโครงการได้จริง”&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;3 ไอเดียธุรกิจ จาก Pain Point สู่กลยุทธ์ที่ทำได้จริง&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;การจัดโครงการในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนจะถูกคัดกรองอย่างเข้มข้นจนเหลือ 6 ทีมสุดท้าย ที่ต้องมานำเสนอแผนกลยุทธ์ต่อผู้บริหารระดับสูงของ LINE MAN Wongnai เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท โดย 3 ทีมผู้ชนะในปีนี้ต่างมีจุดเด่นในการแก้ปัญหาของผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ได้อย่างเฉียบคม ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ชนะเลิศ ทีม 2AM จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 50,000 บาท ด้วยการหยิบกลยุทธ์ “ง่ายและไว” หลังพบว่าอุปสรรคที่ทำให้นักศึกษาไม่สมัคร LINE MAN VIP ไม่ใช่เรื่องของราคา แต่คือ ความลังเลและขั้นตอนที่ดูซับซ้อนในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์&amp;nbsp; ทีมจึงปรับขั้นตอนให้ง่ายและรวดเร็วต่อการใช้งาน พร้อมทั้งยังออกแคมเปญฮีโร่อย่าง SME Smile และ เด็กเกษตร&amp;nbsp; โดยเปลี่ยนโรงอาหารซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของนักศึกษาในช่วงเวลาพักเที่ยง ให้กลายเป็นพื้นที่จัดกิจกรรม ควบคู่ไปกับการแจกโค้ดจากการเล่นเกมผ่านโซเชียลมีเดียที่ร่วมมือกับสโมสรนิสิตและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเจาะตรงถึงคอมมูนิตี้นักศึกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม What’s Your GPA ? จาก สจล. คว้ารางวัล 30,000 บาท ด้วยการต่อยอดแนวคิด “Zero-Waste Marketing” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ Gen Z โดยผลักดันให้ LINE MAN กลายเป็นแอปหลักที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระบบ KMITL UApp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันมือถืออย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย และสร้างทีมแอมบาสเดอร์ The Survivor ซึ่งเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่เป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์สาย Real Lifestyle จากคณะต่าง ๆ เพื่อช่วยแชร์เรื่องราวและแชร์ทริคการใช้ชีวิตสุดคุ้ม ผ่านการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เข้าถึงใจเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Manova จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คว้ารางวัล 20,000 บาท ด้วยแนวคิด “เพื่อน-รัก-LINE MAN” ที่มุ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากรายได้ที่จำกัดของนักศึกษาและใช้กลยุทธ์ Gamification ดึงดูดให้นักศึกษาเข้ามาทำภารกิจสนุก ๆ ร่วมกัน เช่น กิจกรรม 'VIP Hunter' หรือการแชร์โมเมนต์ไลฟ์สไตล์เพื่อสะสมแต้ม แล้วนำไปปลดล็อกรางวัลได้ทันที เป็นการเปลี่ยนมุมมองเรื่องการจ่ายค่าส่งให้กลายเป็นเรื่องที่สนุกและคุ้มค่า สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มนักศึกษาได้&lt;/p&gt;
&lt;h3&gt;“Fail Fast, Learn Faster” บทเรียนที่มีค่ากว่ารางวัล&lt;/h3&gt;
&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่สุดจากการแข่งขันครั้งนี้ คือทัศนคติในการรับมือกับความไม่แน่นอน ตัวแทนจากทีม 2AM เจ้าของรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยอินไซต์ที่ได้เรียนรู้ว่า ในโลกธุรกิจจริงไม่มีแผนไหนที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก หลายครั้งที่ทีมเจอความล้มเหลวจากกิจกรรมที่ไม่ตอบโจทย์ หรืออินไซต์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา พวกเขาจึงเลือกหยิบเอาวิถีการทำงานแบบ LINE MAN Wongnai Startup Spirit มาเป็นอาวุธสำคัญ นั่นคือแนวคิด Fail Fast, Learn Faster &quot;ถ้าแผนไหนไม่เวิร์กก็รีบกลับมาปรับและทดลองใหม่ทันที&quot; ซึ่งตลอดการแข่งขันนี้ได้ให้ประสบการณ์ที่มีค่ากับพวกเราคือ การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ได้วัดกันแค่ไอเดีย แต่คือความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงให้เร็วที่สุด”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท้ายที่สุด โครงการ Junior Case Competition สะท้อนให้เห็นความเชื่อของ LINE MAN Wongnai ที่ว่า ศักยภาพของคนรุ่นใหม่จะเติบโตได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับโอกาสในการลงมือทำ โครงการนี้คือพื้นที่จำลองโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแผนบนหน้าจอให้กลายเป็นผลงานจริง โดยไอเดียของทีมผู้ชนะจะถูกนำไปเพื่อต่อยอดปรับใช้เป็นแคมเปญจริงบนแพลตฟอร์ม นี่จึงเป็นเวทีที่พิสูจน์ว่า ไอเดียของนักศึกษาก็สามารถสเกลขึ้นไปเป็นผลงานจริง ที่เข้าถึงผู้ใช้งานหลักล้านคนทั่วประเทศได้ &lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Fri, 12 Jun 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>advertorial</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150882 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>เมื่อ AI ทำลายกำแพงขนาดธุรกิจ! ถอดรหัสโครงการ AI Ready for SMEs ที่ปลดล็อกศักยภาพ SMEs 3.13 ล้านรายในไทย</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150841</link>
  <description>&lt;p&gt;โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยพึ่งพาเม็ดเงินจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs มาโดยตลอด ตัวเลขผู้ประกอบการกว่า 3.13 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.6 ของภาคธุรกิจทั้งหมด คือฟันเฟืองหลักที่โอบอุ้มการจ้างงานในระบบไว้สูงถึงร้อยละ 70 และขับเคลื่อน GDP ถึงร้อยละ 35 ทว่าในโลกการค้ายุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าอดีตหลายเท่า จนคำว่ารอดอาจไม่ใช่เป้าหมายที่เพียงพออีกต่อไปสำหรับคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งการมาถึงของ AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือเครื่องมือทลายข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่เคยเป็นจุดอ่อนคลาสสิกของ SMEs ในอดีต องค์กรขนาดใหญ่ได้เปรียบด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ระบบไอทีซับซ้อน และฝั่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน AI กำลังทำหน้าที่เป็นทางลัดด้านต้นทุนและเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ AI คืออะไร แต่คือ จะนำมาใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่คือที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญระว่าง AIS Business ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อองค์กรธุรกิจ และ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมกันเปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs เพื่อส่งมอบ Smart Solutions ที่ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน SMEs ไทยทุกระดับโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image1.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เจาะ 5 ปมปัญหาใหญ่ ทำไม SMEs ไทยอยากใช้ AI แต่ยังไปไม่ถึงดวงดาว&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;จากการสำรวจพฤติกรรมและการให้บริการลูกค้าองค์กรของ AIS Business พบว่าผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญของ AI แต่มี 5 อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การขาดแคลนทักษะและบุคลากรสายเทคโนโลยี: SMEs ไม่สามารถจ้างนักวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จำนวนมากมาร่วมทีมได้เหมือนองค์กรใหญ่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน: ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ไม่ต้องการลงทุนในระบบที่ซับซ้อนแต่ไม่ตอบโจทย์ยอดขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฐานข้อมูลที่กระจัดกระจาย: ข้อมูลภายในองค์กร เช่น เอกสารภายใน สรุปยอดขายสิ้นวัน หรือข้อมูลลูกค้า มักถูกจัดเก็บอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อยอดด้วยเทคโนโลยีได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความซับซ้อนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน: การสร้างเครื่องมือดิจิทัลเฉพาะทางในอดีตต้องอาศัยการเขียนโค้ดที่ใช้เวลาและงบประมาณสูง เกินกว่าที่หน้างานของระดับผู้บริหาร SMEs จะลงมาโฟกัสได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความปลอดภัยของข้อมูล: ความระแวงว่าข้อมูลความลับทางธุรกิจหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะรั่วไหลออกสู่สาธารณะจากการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปในท้องตลาด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;เพื่อแก้โจทย์หินทั้ง 5 ข้อนี้ โครงการ AI Ready for SMEs จึงไม่ได้มาเพียงแค่ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป แต่เป็นการวางรากฐานผ่าน 3 กลยุทธ์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของธุรกิจไทยตั้งแต่องค์กรระดับเล็ก กลาง ไปจนถึงระดับใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image6.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;3 กลยุทธ์ปลดล็อกศักยภาพ ยกระดับคนตัวเล็กสู่สมรภูมิระดับโลก&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;แผนหลักภายใต้โครงการนี้ ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้งเรื่องของแพ็กเกจราคาที่เข้าถึงง่าย การเสริมสร้างทักษะความรู้ และการสร้างโครงสร้างนวัตกรรมพร้อมใช้ ประกอบด้วยรายละเอียดเชิงลึกดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1. แพ็กเกจที่ครอบคลุมเพื่อ SMEs (SME AI Ready Package)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การผสานพลังระหว่างโครงข่ายอัจฉริยะ 5G/Broadband ของ AIS และเครื่องมือการทำงานระดับโลกอย่าง Microsoft 365 และ Copilot โดยแพ็กเกจนี้ถูกแบ่งระดับความต้องการไว้อย่างชัดเจน เริ่มต้นที่ราคาจับต้องได้เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทดลองใช้งานได้ทันที&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 499 บาท/เดือน: เน้นการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับระบบ Secure AI Chat สำหรับการใช้งานทั่วไปในองค์กรอย่างปลอดภัย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 659 บาท/เดือน: เพิ่มศักยภาพการทำงานขั้นสูงด้วย Microsoft 365 Copilot ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานขององค์กรเข้ากับพลังของ AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;จุดเด่นสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ บริการหลังการขายโดย AIS Service Desk ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Hotline 1740 เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีทีมไอทีเป็นของตัวเอง จะมีคนคอยดูแลระบบและให้คำปรึกษาตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 รายแรกที่สมัครใช้งาน รับสิทธิ์เข้าเวิร์กช็อปฟรี และหากสมัครตั้งแต่ 10 ไลเซนส์ขึ้นไป จะมีทีมงานเข้าไปฝึกอบรมแบบไพรเวตให้ถึงออฟฟิศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image4.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. การพัฒนาทักษะ AI ให้ SMEs ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะเทคโนโลยีจะไร้ประโยชน์หากผู้ใช้ขาดความเข้าใจ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการกระจายความรู้สู่ภูมิภาคผ่านกิจกรรมโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญครอบคลุม 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งเป้ายกระดับทักษะผู้ประกอบการมากกว่า 700 รายภายในสิ้นปี 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแง่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ไมโครซอฟท์ได้นำหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ AI จากโครงการ Microsoft Elevate มากกว่า 200 คอร์ส มาไว้บนเว็บไซต์ของ AIS Business ให้ผู้ประกอบการและพนักงานเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงเพื่อเสริมขีดความสามารถทางดิจิทัลในระยะยาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. SME AI Agent ที่มากับโซลูชัน AI พร้อมใช้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก้าวต่อไปของเครื่องมือสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ คือการเปลี่ยนจาก AI ที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามทั่วไป มาเป็น AI Agent หรือผู้ช่วยเฉพาะทางประจำองค์กร โครงการนี้ได้พัฒนา AI Agent Template บนระบบ Copilot นำร่องด้วย Business Assistant AI เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์ยอดขาย และให้คำแนะนำที่แม่นยำในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอนาคตอันใกล้ มีแผนที่จะขยายขีดความสามารถไปยังฟังก์ชันสำคัญอื่น ๆ เช่น HR Agent และ Finance Agent ตลอดจนการพัฒนาโมเดลเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น AI Agent สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC ซึ่ง AIS มี AI Lab พร้อมรองรับการทดสอบและการใช้งานจริงของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image3.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เปลี่ยน AI จาก “เรื่องสนุกสนาน” สู่ “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ”&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) มองว่า องค์กรที่ปรับตัวเข้าหา AI ได้เร็วที่สุดจะเป็นกลุ่มที่รอดและรุ่ง ข้อดีของ SMEs คือโครงสร้างที่เล็ก ทำให้ปรับตัวได้ไวกว่าองค์กรขนาดใหญ่ แต่ต้องเลิกมอง AI เป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพหรือวิดีโอเพื่อความสนุกสนาน ทว่าต้องนำมาใช้ทำงานแทนพนักงานในลักษณะ Hyper Personalization&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็น การทำตลาดเฉพาะบุคคล การจัดการระบบตอบรับลูกค้าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งการทำเกษตรอัจฉริยะ ที่ดึงข้อมูลดิน น้ำ และสภาพอากาศมาประมวลผลร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วคือ สามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานหน้างานได้ถึง 20 ชั่วโมงต่อเดือน ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแต้มต่อในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า AI ไม่ใช่แค่ระบบทางเลือก แต่คือเพื่อนสนิทคนใหม่ของ SMEs&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image5.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า วันนี้ความสามารถของ AI ก้าวข้ามไปเทียบเท่าระดับปริญญาเอก และรองรับมากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก โอกาสนี้จึงเปิดกว้างสำหรับทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างคือข้อมูลและองค์ความรู้ที่คุณใส่เข้าไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปแบบคอนซูเมอร์ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลความลับของบริษัทหลุดไหลออกสู่ภายนอก การหันมาใช้ระบบปิดที่เป็น Enterprise Grade อย่าง Microsoft 365 Copilot จะช่วยปกป้องข้อมูลไม่ให้รั่วไหล ควบคู่กับการใช้ระบบ Low-Code ของ Copilot Studio ที่ช่วยให้ SMEs เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ ERP หรือ CRM เดิมที่มีอยู่ มาสร้างเป็น AI Agent ประจำองค์กรได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image7.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้าย คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส เสริมว่า AIS Business มุ่งหวังให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีที่สร้าง Outcome ทางธุรกิจอย่างแท้จริง หน้าที่ของเจ้าของกิจการคือการโฟกัสเรื่องธุรกิจและการเติบโต ไม่ใช่เรื่องของการมาตั้งทีมไอทีหรือกังวลระบบหลังบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะ AIS จะทำหน้าที่การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างแข็งแกร่ง ทั้งเครือข่าย 5G และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ตลอดจนการจัดการด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จึงเป็นสิ่งที่ AIS เข้ามาจัดการให้เบ็ดเสร็จผ่านแพ็กเกจที่เหมาะสมกับการเติบโตของแต่ละองค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Blognone มองว่า เทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่น่ากลัว สิ่งที่เป็นจุดสูงสุดในวันนี้ อาจกลายเป็นเรื่องล้าสมัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การหยุดอยู่กับที่ในสมรภูมิธุรกิจยุคปัจจุบันจึงเท่ากับการเดินถอยหลังอย่างปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการ “AI Ready for SMEs” จากความร่วมมือของ AIS Business และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเครื่องมือระดับโลกมาใช้งานภายใต้ต้นทุนที่ควบคุมได้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและทีมงานสนับสนุนระดับมืออาชีพ ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวในการเปลี่ยนผ่านจาก ความเล็กที่เสียเปรียบ สู่ ความเล็กที่คล่องตัวและทรงพลัง บนโลกการค้ายุคใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจยกระดับองค์กรสู่ยุค AI อย่างปลอดภัย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการ &lt;a href=&quot;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&quot;&gt;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>sponsored</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150841 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Waymo ออกบริการเสริมสมาชิกรายเดือน Premier ได้ส่วนลดและสิทธิประโยชน์</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150905</link>
  <description>&lt;p&gt;Waymo บริการรถแท็กซี่อัตโนมัติ ประกาศออกบริการเสริมใหม่ Waymo Premier โดยมีค่าสมาชิกจ่ายแบบรายเดือน เพื่อให้ลูกค้าได้สิทธิประโยชน์ที่มากกว่าในการใช้งาน ตัวอย่างเช่น&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;ได้ Priority ในการถูกจับคู่รถมากกว่าลูกค้าคนอื่น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;เครดิตเงินคืน 10% จากทุกการเดินทาง&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;หาก Waymo ขยายบริการไปเมืองใหม่ จะได้สิทธิทดลองใช้งานก่อน&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ได้สิทธิยกเลิกรถไม่มีเงื่อนไข 5 ครั้งต่อเดือน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;Waymo Premier คิดราคาสมาชิก 29.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ให้บริการเฉพาะในเมืองซานฟรานซิสโก, ลอสแอนเจลิส, ฟินิกซ์ โดยต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับคำเชิญจาก Waymo เพราะมีการใช้งานถี่จึงจะสมัครได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://waymo.com/blog/2026/06/waymo-premier/&quot;&gt;Waymo&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 10:10:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150905 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Apple ปรับความถี่เสียงตอนสั่ง Siri ในคีย์โน้ต WWDC เพื่อป้องกัน Siri ของผู้ชมถูกเรียกทำงาน</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150906</link>
  <description>&lt;p&gt;มีประเด็นเล็ก ๆ ที่น่าสนใจจากงาน WWDC 2026 ของแอปเปิลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากแอปเปิลต้องสาธิตความสามารถของ Siri ในคีย์โน้ตด้วยการออกเสียง &quot;Siri&quot; หรือ &quot;Hey Siri&quot; แต่การส่งเสียงนี้กลับไม่ทำให้อุปกรณ์ iPhone หรืออื่น ๆ ของคนดูถูกทริกให้ตอบสนองการทำงานด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ใช้งาน X @luuk58 &lt;a href=&quot;https://x.com/luuk58/status/2064085109980987720&quot;&gt;บอกเขาค้นพบ&lt;/a&gt;ความลับนี้ด้วยการนำเสียงมาวิเคราะห์ความถี่ พบว่าแอปเปิลได้ตัดย่านความถี่ช่วง 3kHz, 4kHz, 5kHz และ 6kHz ออกไปในช่วงที่มีการกล่าวคำว่า Siri ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสที่ Siri ของคนดูถูกเรียกให้ทำงานได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้วิธีการนี้จะช่วยได้บ้าง แต่ก็มีรายงานเรื่องอุปกรณ์ถูกเรียกใช้งาน Siri อยู่เช่นกันแต่เป็นจำนวนไม่มาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.macrumors.com/2026/06/12/apple-cut-frequencies-to-prevent-siri-activations/&quot;&gt;MacRumors&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 07:30:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150906 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>[ลือ] Roku เจรจาขายธุรกิจให้กับบริษัทสื่อในสหรัฐ</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150907</link>
  <description>&lt;p&gt;มีรายงานจาก Bloomberg ว่า Roku แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและอุปกรณ์สมาร์ททีวีในสหรัฐ กำลังอยู่ในขั้นเจรจาเพื่อเสนอขายกิจการ โดยมีผู้ซื้อเป็นบริษัทด้านสื่อรายใหญ่แห่งหนึ่ง ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของ Roku ปรับเพิ่มขึ้นวันเดียว 20%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ Roku ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธุรกิจของ Roku มีทั้งการขายอุปกรณ์กล่องต่อกับทีวีซึ่งในยุคของสมาร์ททีวีก็ทำให้ความต้องการลดลง บริษัทจึงเริ่ม&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/132121&quot;&gt;เข้าสู่ธุรกิจสมาร์ททีวี&lt;/a&gt;ที่เป็นระบบปฏิบัติการของตนเองพ่วงกับบริการสตรีมมิ่งหลายค่าย นอกจากนี้บริษัทยังมีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและช่องรายการ The Roku Channel ของตนเองด้วย แต่การแข่งขันด้านคอนเทนต์ก็สูงมากเช่นกัน รายได้หลักของบริษัทมาจากค่าสมาชิก subscription และโฆษณา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-12/roku-said-to-be-in-sale-talks-including-possible-media-tie-up&quot;&gt;Bloomberg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 05:14:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150907 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>กูเกิลเปิดตัว Open Knowledge Format (OKF) ฟอร์แมตกลางสำหรับ AI สรุปเนื้อหาจากโน้ต</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150909</link>
  <description>&lt;p&gt;กูเกิลเปิดตัว &lt;strong&gt;Open Knowledge Format&lt;/strong&gt; (OKF) ฟอร์แมตกลางสำหรับการให้ AI ช่วยสรุปโน้ต จากคลังข้อมูลต้นฉบับที่เราบันทึกไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้านึกไม่ออก มันคือบริการแบบ NotebookLM หรือแอพจดโน้ตชื่อดังอย่าง Notion หรือ Obsidian ที่ช่วงหลังสามารถเชื่อมต่อ AI ให้สรุปเนื้อหาจากโน้ตที่เราบันทึกเก็บเอาไว้ได้ การเก็บข้อมูลโน้ตลักษณะนี้เริ่มแยกส่วนเป็น &quot;เนื้อหาที่สร้างโดยมนุษย์&quot; (producer) กับ &quot;เนื้อหาที่ใช้ AI อ่านแล้วสรุป&quot; (consumer)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กูเกิลบอกว่าหลังจากบริการลักษณะนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็มีความต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามแอพกัน โดยข้อเสนอสำคัญมาจาก Andrej Karpathy ผู้นิยามคำว่า vibe code ที่ตัวเขาเรียกว่า &lt;a href=&quot;https://gist.github.com/karpathy/442a6bf555914893e9891c11519de94f&quot;&gt;LLM Wiki&lt;/a&gt; แต่ในตลาดกลับไม่มีฟอร์แมตกลางสำหรับสิ่งนี้เลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดของ OKF เน้นที่ความเรียบง่าย เก็บทุกอย่างลงไฟล์ text ธรรมดา ตัวฟอร์แมตเก็บเป็น markdown และมีบางส่วนเป็นคำสั่ง YAML frontmatter เขียนไว้ที่ต้นไฟล์ แล้วจัดไฟล์ซ้อนกันเป็นไดเรคทอรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนการย้ายแอพคือการก็อปปี้ไฟล์ไปทั้งก้อน สามารถนำไปอ่านเขียนต่อในแอพไหนก็ได้ ไม่ต้องมี SDK มาช่วยอ่านให้เสียเวลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กูเกิลบอกว่า แอพจดโน้ตบางตัวอย่าง Obsidian ใช้ฟอร์แมตเก็บข้อมูลคล้ายๆ แบบนี้อยู่แล้ว แต่ยังขาดคนกำหนดมาตรฐานกลางเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอนนี้ OKF ยังออกเป็นเวอร์ชันแรก 0.1 และกูเกิลเริ่มรองรับการอ่านฟอร์แมตนี้ในบริการ Knowledge Catalog ของ Google Cloud แล้ว ต้องรอดูกันว่าจะจุดติดแค่ไหน และมีแอพตัวไหนบ้างปรับให้รองรับในระยะถัดไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://cloud.google.com/blog/products/data-analytics/how-the-open-knowledge-format-can-improve-data-sharing/&quot;&gt;Google&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 04:12:55 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150909 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Moonshot AI ออกโมเดลเขียนโค้ด Kimi K2.7 Code เก่งขึ้น กินโทเคนน้อยลง 30%</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150908</link>
  <description>&lt;p&gt;Moonshot AI บริษัทจีนเจ้าของโมเดลตระกูล Kimi ออกโมเดลเขียนโค้ดเวอร์ชันใหม่ Kimi K2.7 Code ที่พัฒนาขึ้นจาก Kimi K2.6 รุ่นก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Kimi K2.7 Code เป็นโมเดลขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) มีขนาดพารามิเตอร์ 1T แต่แอคทีฟจริงตอนใช้งานแค่ 32B ผลการเบนช์มาร์คด้านการเขียนโค้ดพัฒนาขึ้นจาก Kimi K2.6 แต่ในภาพรวมยังเป็นรอง GPT-5.5 กับ Claude Opus 4.8 อยู่บ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดที่น่าสนใจคือ Kimi K2.7 Code ใช้โทเคนน้อยลง 30% จาก K2.6 เมื่อเทียบกันในโหมดให้เหตุผล (reasoning) หรือแปลง่ายๆ ว่าลดการ &quot;คิดมากไป&quot; (overthinking) ลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดเด่นของโมเดลตระกูล Kimi คือราคา ต้นทุนค่าอินพุต $0.95 ต่อหนึ่งล้านโทเคน และเอาท์พุต $4.00 ต่อหนึ่งล้านโทเคน (ราคาเดียวกับ K2.6 แต่ประสิทธิภาพดีขึ้น กินโทเคนน้อยลง) ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับโมเดลตะวันตกทั้ง GPT-5.5 และ Opus 4.8 ที่คิดราคา $5 ต่อหนึ่งล้านโทเคน (อินพุต) และ $25-30 ต่อหนึ่งล้านโทเคน (เอาท์พุต)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://huggingface.co/moonshotai/Kimi-K2.7-Code&quot;&gt;Kimi Hugging Face&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://the-decoder.com/moonshots-open-model-kimi-k2-7-code-undercuts-gpt-5-5-and-claude-by-up-to-12x-on-price-per-token/&quot;&gt;The Decoder&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot;&gt;&lt;p lang=&quot;en&quot; dir=&quot;ltr&quot;&gt;🌘 Kimi-K2.7-Code, our latest coding model, is now released and open-sourced!🔷 Improved coding &amp;amp; agent performance over K2.6: +21.8% on Kimi Code Bench v2, +11.0% on Program Bench, and +31.5% on MLS Bench Lite.🔷 Reasoning efficiency: Less overthinking, with 30% lower… &lt;a href=&quot;https://t.co/jFS7I40avs&quot;&gt;pic.twitter.com/jFS7I40avs&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— Kimi.ai (@Kimi_Moonshot) &lt;a href=&quot;https://x.com/Kimi_Moonshot/status/2065377579130142937?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;June 12, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 03:37:54 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150908 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>HarmonyOS 7.0 เปิดตัว เปลี่ยนมาใช้อินเทอร์เฟซกระจกใส หน้าตาคุ้นๆ ตามยุคสมัย</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150904</link>
  <description>&lt;p&gt;Huawei เปิดตัวระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 7.0 อย่างเป็นทางการ ที่งานประชุมนักพัฒนาประจำปี Huawei Developer Conference 2026&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ HarmonyOS 7.0 คือปรับอินเทอร์เฟซมาใช้หน้าตาแบบกระจกโปร่งใส 3D ตามเทร็นด์แห่งยุคสมัย, ฟีเจอร์ Agentic AI ให้ agent ควงคุมการทำงานของ OS ตามเทร็นด์แห่งยุคสมัยอีกเช่นกัน, ประสิทธิภาพในการทำงานเร็วขึ้น 15% เทียบกับเวอร์ชัน 6.0&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Huawei ยังให้ข้อมูลว่า HarmonyOS กลายเป็นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่มีความนิยมอันดับ 2 ของจีน มีส่วนแบ่งตลาด 19% แซงหน้าผู้ใช้ iOS ในจีนไปเรียบร้อยแล้ว มีจำนวนเครื่องที่ติดตั้งใช้งาน 66 ล้านเครื่อง, มีแอพในระบบ Huawei AppGallery จำนวนกว่า 4 แสนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://www.huaweicentral.com/huawei-has-redesigned-harmonyos-7-for-agentic-ai-chairman/&quot;&gt;Huawei Central&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;iframe width=&quot;640&quot; height=&quot;360&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/oDCZvI_5YO4&quot; title=&quot;Huawei HarmonyOS 7 Official Introduction - More Glass &quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-05/harmonyos-7-k.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sun, 14 Jun 2026 00:17:42 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150904 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>[ไม่ยืนยัน] Andy Jassy ซีอีโอ Amazon แสดงความกังวลต่อความเก่งของ Claude Fable ถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนจะถูกแบน</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150903</link>
  <description>&lt;p&gt;เมื่อวานนี้&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150897&quot;&gt;รัฐบาลสหรัฐฯ สั่ง Anthropic ห้ามส่งออกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude Fable 5&lt;/a&gt; ด้วยเหตุผลความมั่นคง สำนักข่าวรอยเตอร์ก็อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตน ระบุว่า Andy Jassy ซีอีโอ Amazon เป็นผู้ส่งความกังวลไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ พร้อมกับผู้นำบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้ง Amazon และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ไม่ได้แสดงความเห็นต่อข่าวนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Amazon เป็น&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/135916&quot;&gt;ผู้ลงทุนสำคัญใน Anthropic มาตั้งแต่ปี 2023&lt;/a&gt; ทำให้สองบริษัทมีความสัมพันธ์แนบแน่น และ Claude ก็ให้บริการผ่าน Amazon Bedrock มานาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://www.straitstimes.com/world/united-states/amazon-voiced-concerns-about-anthropic-ai-models-before-us-governments-crackdown-source-says&quot;&gt;Straits Times&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sat, 13 Jun 2026 19:07:12 +0000</pubDate>
    <dc:creator>lew</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150903 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Oracle รายงานผลประกอบการทำสถิติใหม่อีกไตรมาส จากการเติบโตของ Cloud Infrastructure</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150898</link>
  <description>&lt;p&gt;Oracle รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 4 ตามปีการเงินบริษัท 2026 สิ้นสุดเดือนเมษายน รายได้รวมทำสถิติใหม่เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 19,184 ล้านดอลลาร์ มีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP เพิ่มขึ้นเป็น 4,223 ล้านดอลลาร์ ส่วนมูลค่าสัญญาที่รอส่งมอบให้ลูกค้าอยู่ที่ 6.38 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/149990&quot;&gt;ไตรมาสก่อนหน้านี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายได้จากธุรกิจคลาวด์ (IaaS และ SaaS) เพิ่มขึ้นถึง 47% เป็น 9,913 ล้านดอลลาร์ เฉพาะที่เป็น IaaS เพิ่มขึ้นถึง 93% ส่วนรายได้ฝั่งซอฟต์แวร์ลดลง 2% เป็น 6,824 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือมาจากธุรกิจฮาร์ดแวร์และ Services&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Oracle พูดถึงรายการสัญญารอส่งมอบว่าช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นสูงจากลูกค้า AI ขนาดใหญ่ ซึ่งลูกค้าได้จ่ายเงินล่วงหน้าให้ Oracle เพื่อซื้อจีพียูมารองรับด้วย และนำจีพียูของบริษัทเองมาติดตั้งในศูนย์ข้อมูล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://investor.oracle.com/investor-news/news-details/2026/Oracle-Announces-Record-Q4-and-FY-2026-Results-Driven-by-Cloud-Infrastructure--Cloud-Applications/default.aspx&quot;&gt;Oracle&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Sat, 13 Jun 2026 06:55:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150898 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
