<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0" xml:base="https://www.blognone.com/">
  <channel>
    <title>Blognone - ข่าวไอที เทคโนโลยี มือถือ เกม ความปลอดภัย โอเพนซอร์ส</title>
    <link>https://www.blognone.com/</link>
    <description/>
    <language>en</language>
    
    <item>
  <title>เมื่อ AI กำลายกำแพงขนาดธุรกิจ! ถอดรหัสโครงการ AI Ready for SMEs ที่ปลดล็อกศักยภาพ SMEs 3.13 ล้านรายในไทย</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150841</link>
  <description>&lt;p&gt;โครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยพึ่งพาเม็ดเงินจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs มาโดยตลอด ตัวเลขผู้ประกอบการกว่า 3.13 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 99.6 ของภาคธุรกิจทั้งหมด คือฟันเฟืองหลักที่โอบอุ้มการจ้างงานในระบบไว้สูงถึงร้อยละ 70 และขับเคลื่อน GDP ถึงร้อยละ 35 ทว่าในโลกการค้ายุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าอดีตหลายเท่า จนคำว่ารอดอาจไม่ใช่เป้าหมายที่เพียงพออีกต่อไปสำหรับคนตัวเล็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งการมาถึงของ AI ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือเครื่องมือทลายข้อจำกัดด้านทรัพยากรที่เคยเป็นจุดอ่อนคลาสสิกของ SMEs ในอดีต องค์กรขนาดใหญ่ได้เปรียบด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ระบบไอทีซับซ้อน และฝั่งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน AI กำลังทำหน้าที่เป็นทางลัดด้านต้นทุนและเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ AI คืออะไร แต่คือ จะนำมาใช้อย่างไรให้ปลอดภัยและเกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่คือที่มาของความร่วมมือครั้งสำคัญระว่าง AIS Business ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อองค์กรธุรกิจ และ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมกันเปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs เพื่อส่งมอบ Smart Solutions ที่ใช้งานได้จริง ปลอดภัย และออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อน SMEs ไทยทุกระดับโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image1.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เจาะ 5 ปมปัญหาใหญ่ ทำไม SMEs ไทยอยากใช้ AI แต่ยังไปไม่ถึงดวงดาว&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;จากการสำรวจพฤติกรรมและการให้บริการลูกค้าองค์กรของ AIS Business พบว่าผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ตระหนักถึงความสำคัญของ AI แต่มี 5 อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;การขาดแคลนทักษะและบุคลากรสายเทคโนโลยี: SMEs ไม่สามารถจ้างนักวิเคราะห์ข้อมูล หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จำนวนมากมาร่วมทีมได้เหมือนองค์กรใหญ่&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน: ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน ไม่ต้องการลงทุนในระบบที่ซับซ้อนแต่ไม่ตอบโจทย์ยอดขาย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ฐานข้อมูลที่กระจัดกระจาย: ข้อมูลภายในองค์กร เช่น เอกสารภายใน สรุปยอดขายสิ้นวัน หรือข้อมูลลูกค้า มักถูกจัดเก็บอย่างไร้ทิศทาง ทำให้ไม่สามารถนำมาประมวลผลต่อยอดด้วยเทคโนโลยีได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความซับซ้อนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน: การสร้างเครื่องมือดิจิทัลเฉพาะทางในอดีตต้องอาศัยการเขียนโค้ดที่ใช้เวลาและงบประมาณสูง เกินกว่าที่หน้างานของระดับผู้บริหาร SMEs จะลงมาโฟกัสได้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ความปลอดภัยของข้อมูล: ความระแวงว่าข้อมูลความลับทางธุรกิจหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะรั่วไหลออกสู่สาธารณะจากการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปในท้องตลาด&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;เพื่อแก้โจทย์หินทั้ง 5 ข้อนี้ โครงการ AI Ready for SMEs จึงไม่ได้มาเพียงแค่ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป แต่เป็นการวางรากฐานผ่าน 3 กลยุทธ์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของธุรกิจไทยตั้งแต่องค์กรระดับเล็ก กลาง ไปจนถึงระดับใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image6.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;3 กลยุทธ์ปลดล็อกศักยภาพ ยกระดับคนตัวเล็กสู่สมรภูมิระดับโลก&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;แผนหลักภายใต้โครงการนี้ ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้งเรื่องของแพ็กเกจราคาที่เข้าถึงง่าย การเสริมสร้างทักษะความรู้ และการสร้างโครงสร้างนวัตกรรมพร้อมใช้ ประกอบด้วยรายละเอียดเชิงลึกดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1. แพ็กเกจที่ครอบคลุมเพื่อ SMEs (SME AI Ready Package)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การผสานพลังระหว่างโครงข่ายอัจฉริยะ 5G/Broadband ของ AIS และเครื่องมือการทำงานระดับโลกอย่าง Microsoft 365 และ Copilot โดยแพ็กเกจนี้ถูกแบ่งระดับความต้องการไว้อย่างชัดเจน เริ่มต้นที่ราคาจับต้องได้เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถทดลองใช้งานได้ทันที&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 499 บาท/เดือน: เน้นการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับระบบ Secure AI Chat สำหรับการใช้งานทั่วไปในองค์กรอย่างปลอดภัย&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;แพ็กเกจ 659 บาท/เดือน: เพิ่มศักยภาพการทำงานขั้นสูงด้วย Microsoft 365 Copilot ที่สามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานขององค์กรเข้ากับพลังของ AI ได้อย่างเต็มรูปแบบ&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;จุดเด่นสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ บริการหลังการขายโดย AIS Service Desk ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Hotline 1740 เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีทีมไอทีเป็นของตัวเอง จะมีคนคอยดูแลระบบและให้คำปรึกษาตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า 1,000 รายแรกที่สมัครใช้งาน รับสิทธิ์เข้าเวิร์กช็อปฟรี และหากสมัครตั้งแต่ 10 ไลเซนส์ขึ้นไป จะมีทีมงานเข้าไปฝึกอบรมแบบไพรเวตให้ถึงออฟฟิศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image4.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2. การพัฒนาทักษะ AI ให้ SMEs ทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะเทคโนโลยีจะไร้ประโยชน์หากผู้ใช้ขาดความเข้าใจ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการกระจายความรู้สู่ภูมิภาคผ่านกิจกรรมโรดโชว์ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญครอบคลุม 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งเป้ายกระดับทักษะผู้ประกอบการมากกว่า 700 รายภายในสิ้นปี 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแง่ของแพลตฟอร์มออนไลน์ ไมโครซอฟท์ได้นำหลักสูตรฝึกอบรมทักษะ AI จากโครงการ Microsoft Elevate มากกว่า 200 คอร์ส มาไว้บนเว็บไซต์ของ AIS Business ให้ผู้ประกอบการและพนักงานเข้าไปเรียนรู้ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูงเพื่อเสริมขีดความสามารถทางดิจิทัลในระยะยาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3. SME AI Agent ที่มากับโซลูชัน AI พร้อมใช้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก้าวต่อไปของเครื่องมือสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ คือการเปลี่ยนจาก AI ที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามทั่วไป มาเป็น AI Agent หรือผู้ช่วยเฉพาะทางประจำองค์กร โครงการนี้ได้พัฒนา AI Agent Template บนระบบ Copilot นำร่องด้วย Business Assistant AI เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์ยอดขาย และให้คำแนะนำที่แม่นยำในการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอนาคตอันใกล้ มีแผนที่จะขยายขีดความสามารถไปยังฟังก์ชันสำคัญอื่น ๆ เช่น HR Agent และ Finance Agent ตลอดจนการพัฒนาโมเดลเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น AI Agent สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ EEC ซึ่ง AIS มี AI Lab พร้อมรองรับการทดสอบและการใช้งานจริงของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image3.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เปลี่ยน AI จาก “เรื่องสนุกสนาน” สู่ “ผลลัพธ์ทางธุรกิจ”&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) มองว่า องค์กรที่ปรับตัวเข้าหา AI ได้เร็วที่สุดจะเป็นกลุ่มที่รอดและรุ่ง ข้อดีของ SMEs คือโครงสร้างที่เล็ก ทำให้ปรับตัวได้ไวกว่าองค์กรขนาดใหญ่ แต่ต้องเลิกมอง AI เป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพหรือวิดีโอเพื่อความสนุกสนาน ทว่าต้องนำมาใช้ทำงานแทนพนักงานในลักษณะ Hyper Personalization&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าจะเป็น การทำตลาดเฉพาะบุคคล การจัดการระบบตอบรับลูกค้าอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งการทำเกษตรอัจฉริยะ ที่ดึงข้อมูลดิน น้ำ และสภาพอากาศมาประมวลผลร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วคือ สามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานหน้างานได้ถึง 20 ชั่วโมงต่อเดือน ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างแต้มต่อในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า AI ไม่ใช่แค่ระบบทางเลือก แต่คือเพื่อนสนิทคนใหม่ของ SMEs&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image5.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า วันนี้ความสามารถของ AI ก้าวข้ามไปเทียบเท่าระดับปริญญาเอก และรองรับมากกว่า 100 ภาษาทั่วโลก โอกาสนี้จึงเปิดกว้างสำหรับทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศไทย แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างคือข้อมูลและองค์ความรู้ที่คุณใส่เข้าไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้เครื่องมือ AI ทั่วไปแบบคอนซูเมอร์ ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลความลับของบริษัทหลุดไหลออกสู่ภายนอก การหันมาใช้ระบบปิดที่เป็น Enterprise Grade อย่าง Microsoft 365 Copilot จะช่วยปกป้องข้อมูลไม่ให้รั่วไหล ควบคู่กับการใช้ระบบ Low-Code ของ Copilot Studio ที่ช่วยให้ SMEs เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ ERP หรือ CRM เดิมที่มีอยู่ มาสร้างเป็น AI Agent ประจำองค์กรได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/08062026-ais/image7.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุดท้าย คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส เสริมว่า AIS Business มุ่งหวังให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีที่สร้าง Outcome ทางธุรกิจอย่างแท้จริง หน้าที่ของเจ้าของกิจการคือการโฟกัสเรื่องธุรกิจและการเติบโต ไม่ใช่เรื่องของการมาตั้งทีมไอทีหรือกังวลระบบหลังบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะ AIS จะทำหน้าที่การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างแข็งแกร่ง ทั้งเครือข่าย 5G และอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง ตลอดจนการจัดการด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลข้อมูล เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จึงเป็นสิ่งที่ AIS เข้ามาจัดการให้เบ็ดเสร็จผ่านแพ็กเกจที่เหมาะสมกับการเติบโตของแต่ละองค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Blognone มองว่า เทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่งที่น่ากลัว สิ่งที่เป็นจุดสูงสุดในวันนี้ อาจกลายเป็นเรื่องล้าสมัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การหยุดอยู่กับที่ในสมรภูมิธุรกิจยุคปัจจุบันจึงเท่ากับการเดินถอยหลังอย่างปฏิเสธไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการ “AI Ready for SMEs” จากความร่วมมือของ AIS Business และไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเครื่องมือระดับโลกมาใช้งานภายใต้ต้นทุนที่ควบคุมได้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและทีมงานสนับสนุนระดับมืออาชีพ ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสสำคัญเพียงครั้งเดียวในการเปลี่ยนผ่านจาก ความเล็กที่เสียเปรียบ สู่ ความเล็กที่คล่องตัวและทรงพลัง บนโลกการค้ายุคใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจยกระดับองค์กรสู่ยุค AI อย่างปลอดภัย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการ &lt;a href=&quot;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&quot;&gt;https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>sponsored</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150841 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>แอปเปิลระบุลูกค้าในยุโรปจะไม่ได้ใช้ Siri AI ปีนี้เพราะกฎหมาย DMA</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150856</link>
  <description>&lt;p&gt;หลังจากแอปเปิล&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150846&quot;&gt;เปิดตัวบริการ Siri AI&lt;/a&gt; ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา แอปเปิลก็เขียนบล็อกชี้แจงว่า iOS และ iPadOS ในยุโรปจะไม่ได้ใช้ฟีเจอร์นี้&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/135597&quot;&gt;เนื่องจากกฎหมาย DMA&lt;/a&gt; แต่ยังใช้งานผ่าน macOS และ visionOS&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุผลที่แอปเปิลไม่เปิดฟีเจอร์นี้เนื่องจากหากจะเพิ่มฟีเจอร์นี้ต้องเปิดให้บริการ AI อื่นในระดับเท่าเทียมกัน ซึ่งแปลว่าซอฟต์แวร์ AI อื่นจะสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้เต็มที่ ทั้งการอ่านจอภาพ, อ่านข้อความและไฟล์, ตลอดจนส่งคำสั่งซื้อสินค้าและส่งคำสั่งในแอปอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอปเปิลระบุว่าพยายามเสนอแนวทาง Trusted System Agent เป็นตัวคั่นกลางให้ AI อื่นๆ เข้าถึงฟีเจอร์ระดับเดียวกับ Siri AI ได้อย่างปลอดภัย แต่ทางคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ไม่ยอมรับข้อเสนอนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://www.apple.com/newsroom/2026/06/due-to-dma-siri-ai-delayed-in-eu-for-ios-27-and-ipados-27/&quot;&gt;Apple&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 01:53:23 +0000</pubDate>
    <dc:creator>lew</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150856 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Instagram สามารถเรียงรูปที่แสดงในหน้าโปรไฟล์ตามที่ต้องการได้แล้ว</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150854</link>
  <description>&lt;p&gt;Instagram ประกาศว่าผู้ใช้งานสามารถจัดเรียงรูปที่แสดงในหน้าโปรไฟล์ของตนเอง (Profile Grid) ได้ตามที่ต้องการแล้ว ทำให้การแสดงผลรูปภาพในหน้าโปรไฟล์เมื่อใครเข้ามาดูสามารถควบคุมจัดเรียงตามต้องการได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิธีการแก้ไขลำดับรูปในหน้าโปรไฟล์ ทำได้โดยไปที่หน้าโปรไฟล์ กดค้างที่รูปภาพแล้วเลือก Reorder grid จากนั้นก็ลากวางสลับตำแหน่งภาพตามต้องการ ซึ่งการแก้ไขจะมีผลทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Instagram ทดสอบฟีเจอร์เรียงรูปหน้าโปรไฟล์ได้เองนี้มา&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/126663&quot;&gt;หลายปีแล้ว&lt;/a&gt; และเพิ่งพูดถึงแผนเพิ่มฟีเจอร์นี้ให้ผู้ใช้งานทุกคนอย่างเป็นทางการ&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/144219&quot;&gt;เมื่อต้นปีที่แล้ว&lt;/a&gt; แต่ทั้งหมดก็เพิ่งมีผลในปีนี้นั่นเอง ฟีเจอร์นี้เริ่มทยอยอัปเดตให้ผู้ใช้งานทั่วโลกที่อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.threads.com/@instagram/post/DZVV_fyjjSW&quot;&gt;Instagram&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 01:05:00 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150854 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>แพ็คเกจ Google AI Plus เพิ่มสตอเรจจาก 200GB เป็น 400GB ราคา 189 บาทต่อเดือนเท่าเดิม</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150852</link>
  <description>&lt;p&gt;กูเกิลประกาศปรับรายละเอียดของแพ็คเกจ Google AI Plus ที่เป็นแพ็คเกจใช้งาน AI ระดับกลาง ราคา 189 บาทต่อเดือน ได้ใช้งาน Gemini มากกว่าแบบฟรี แต่ไม่ต้องจ่ายเยอะเท่าระดับ Pro ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลจาก 200GB เป็น 400GB แชร์กับสมาชิกครอบครัวได้ 5 คนเหมือนเดิม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;โควต้าใช้งานสูงกว่าแบบฟรี 2 เท่าเหมือนเดิม โดยใช้วิธี&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150614&quot;&gt;นับตามปริมาณการประมวลผล&lt;/a&gt;ตามที่อัปเดตตั้งแต่เดือนที่แล้ว&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;ได้ 200 เครดิตใช้งาน Google Flow, 3,000 เครดิต Google Flow Music, สิทธิใช้งาน NotebookLM ที่มากกว่าแบบฟรี&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้กูเกิลก็&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150170&quot;&gt;เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลของแพ็คเกจ Google AI Pro จาก 2TB เป็น 5TB&lt;/a&gt; การเปลี่ยนแปลงนี้ยังมีเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา เพราะราคา Google AI Plus ก็ปรับลงจาก 7.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เป็น 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://9to5google.com/2026/06/08/google-ai-plus-price-drop/&quot;&gt;9to5Google&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Tue, 09 Jun 2026 00:31:36 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150852 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Apple Intelligence ปรับปรุงความสามารถหลายอย่าง ผสานการทำงานกับโมเดล Gemini</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150848</link>
  <description>&lt;p&gt;แอปเปิลปรับปรุงปัญญาประดิษฐ์ Apple Intelligence ใหม่ โดยผสานความสามารถของโมเดลหลัก Apple Foundation Model เข้ากับโมเดล Gemini ของกูเกิล เน้นการทำงานแบบเข้าใจบริบทผู้ใช้งาน (personal context), มีความรู้ที่รอบด้าน, สามารถจัดการทำงานต่าง ๆ กับแอปได้ และสามารถรู้ข้อมูลที่ปรากฎบนหน้าจอผู้ใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสามารถใหม่ของ Apple Intelligence ที่แอปเปิลนำเสนอมีหลายอย่างดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Photos&lt;/strong&gt; เพิ่มความสามารถการแก้ไขรูปภาพสามอย่าง Clean Up ลบวัตถุหรือบุคคลได้เนียนมากขึ้น, Extend Tool สามารถขยายขอบเขตเติมส่วนประกอบรอบภาพได้ และ Spatial Reframing ปรับปรุงมุมมองของภาพใหม่และเติมส่วนที่ขาดหายให้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/img_0206.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Safari&lt;/strong&gt; เพิ่มเครื่องมือจัดกลุ่มแท็บอัตโนมัติตามหัวข้อและความสนใจ, มีระบบ Notify Me แจ้งเตือนหากหน้าเว็บมีการเปลี่ยนแปลง เช่น สินค้าเติมของแล้ว, ระบบแก้ไขรหัสผ่านที่ถูกเตือน โดยทำให้ปลอดภัยขึ้นภายในคลิกเดียว, สร้างส่วนขยาย (extension) ด้วยการพิมพ์บอกสิ่งที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/2_apple-intelligence-safari-describe-an-extension-custom-extension-260608_big.jpg.large_.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;Image Playground&lt;/strong&gt; สามารถสร้างรูปภาพที่สมจริงมากขึ้น, แก้ไขภาพเฉพาะตำแหน่งที่ระบุได้ รวมทั้งสั่งสร้างรูปภาพสำหรับใช้งานเฉพาะ เช่น หน้าจอล็อก พื้นหลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/apple-intelligence-image-playground-messages-and-contact-poster-and-lock-screen-260608_big.jpg.large_.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสามารถอื่นมีดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;สร้างคำแนะนำเพื่อจัดการนัดหมายหรือส่งข้อความใน Messages และ Mail&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Shortcuts สามารถสร้างคำสั่งลัดได้ด้วยการ prompt เงื่อนไขที่ต้องการ&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;Home สร้างระบบแจ้งเตือนแบบรวมศูนย์ภายในแอปเดียว และสร้างคำอธิบาย (description) ภาพจากวิดีโอกล้องวงจรปิดได้&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/img_0211.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Apple Intelligence ใหม่ จะเริ่มใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของแอปเปิลปีนี้ทั้ง iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 ที่เริ่มทดสอบกับนักพัฒนาตั้งแต่วันนี้ และออกมาให้ผู้ใช้งานทั่วไปช่วงปลายปี รองรับหลายภาษาโดยยังไม่มีภาษาไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;https://www.blognone.com/sites/default/files/files-2026/2026-06/apple-intelligence-architecture-diagram-260608_inline.jpg.large_.jpg&quot; alt&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.apple.com/newsroom/2026/06/apple-intelligence-brings-powerful-ai-capabilities-into-everyday-experiences/&quot;&gt;แอปเปิล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 19:27:16 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150848 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Apple อัปเกรด Siri AI ปรับปรุงสถาปัตยกรรมใหม่ ทำงานข้ามอุปกรณ์ รองรับบทสนทนายาว เพิ่มความสามารถมากขึ้น</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150846</link>
  <description>&lt;p&gt;แอปเปิลเปิดตัว Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะรุ่นใหม่ในชื่อ &lt;strong&gt;Siri AI&lt;/strong&gt; โดยปรับปรุงสถาปัตยกรรมการทำงานใหม่ทั้งหมดบน Apple Intelligence มีจุดเด่นคือการเข้าใจบริบทส่วนตัวของผู้ใช้งาน (personal context), สามารถค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาประกอบ และสามารถทำความเข้าใจสิ่งที่ปรากฎบนหน้าจอ (on screen) ได้ พร้อมกับการสนทนาต่อเนื่องที่ปรับแต่งรายละเอียดได้มากขึ้น โดยแอปเปิลได้ออกแอปแยก Siri AI เฉพาะ เพื่อสามารถเรียกใช้งานและทำงานต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ ซึ่งเป็นการทำงานแบบโหมดผสมผสานทั้งในระดับอุปกรณ์และเชื่อมต่อคลาวด์ผ่าน Private Cloud Compute&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Siri AI จะฝังอยู่ในระบบปฏิบัติการหลักของแอปเปิลทุกตัว โดยสามารถเรียกใช้งานได้หลายวิธี บน iPhone ทำได้ทั้งการกดปุ่มด้านข้าง, ออกคำสั่ง Hey Siri หรือปัดจากหน้าจอด้านบนลงมา, บน Mac และ iPad สามารถเรียกใช้งานได้ผ่าน Spotlight หรือคลิกขวาเพื่อเรียกการใช้งานตรวจสอบข้อมูลได้ทันที, บน Apple Watch สามารถเรียกใช้งาน Siri ได้ต่อเนื่อง และบน Vision Pro สามารถเรียกใช้ Siri ได้ด้วยการจ้องที่ไอคอนแล้วส่งคำสั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสามารถของ Siri AI ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้าทั้ง Visual Intelligence ที่ทำความเข้าใจรูปภาพที่ส่งเข้ามา และแนะนำ action ได้ละเอียดมากขึ้น ส่วนเครื่องมือเขียน Writing Tools ทำได้ทั้งแนะนำและแก้ไขการเขียนตามที่ผู้ใช้งานต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Siri AI จะเริ่มใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ของแอปเปิลปีนี้ทั้ง iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 โดยเริ่มทดสอบกับนักพัฒนาก่อน จากนั้นจะออกเวอร์ชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปภายในปีนี้เริ่มที่ภาษาอังกฤษ และขยายไปยังภาษาอื่นในอนาคต โดยตอนนี้ยังไม่มีภาษาไทยอยู่ในรายชื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.apple.com/newsroom/2026/06/apple-introduces-siri-ai-a-profoundly-more-capable-and-personal-assistant/&quot;&gt;แอปเปิล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 19:05:08 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150846 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>Spotify มีแผนให้บริการไลฟ์สตรีมคอนเสิร์ต เพิ่มเติมจากบริการขายบัตรชมให้กับแฟนพันธุ์แท้</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150845</link>
  <description>&lt;p&gt;มีรายงานว่า Spotify ยังเดินหน้าแผนการเชื่อมต่อคนฟังเพลงบนแพลตฟอร์มกับกิจกรรมคอนเสิร์ตให้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ประกาศความร่วมมือกับผู้จัดคอนเสิร์ตรายใหญ่ Live Nation ออก&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150649&quot;&gt;ฟีเจอร์ Reserved&lt;/a&gt; กันโควต้าบัตรชมคอนเสิร์ตให้คนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ศิลปินนั้น ซึ่งแผนงานใหม่ก็ไม่ได้เกินคาดเดาเพราะคือการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตนั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย Spotify ได้เริ่มหารือกับผู้จัดคอนเสิร์ตหลายรายเพื่อซื้อลิขสิทธิ์คอนเสิร์ตต่าง ๆ รวมทั้งจากเทศกาลดนตรี ทั้งในรูปแบบบันทึกการแสดงและการถ่ายทอดสดไลฟ์สตรีม โดยก่อนหน้านี้ Spotify ได้ทดลองถ่ายทอดสดหรือเผยแพร่วิดีโอคอนเสิร์ตไปแล้วบางศิลปินซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี ทำให้บริษัทมุ่งมั่นเจาะตลาดนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Spotify มองว่าจุดเด่นของแพลตฟอร์มเมื่อเทียบกับรายอื่นที่มีการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตเช่นกันอย่าง YouTube หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่น ก็คือการมีฐานข้อมูลพฤติกรรมฟังเพลงและข้อมูลศิลปินจำนวนมหาศาล ทำให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ มีความแม่นยำมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.bloomberg.com/news/newsletters/2026-06-08/spotify-plans-to-add-live-concert-video-tickets&quot;&gt;Bloomberg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 11:18:05 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150845 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับบริษัท Tech ในเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150844</link>
  <description>&lt;p&gt;NVIDIA ประกาศความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีในเกาหลีใต้หลายแห่งได้แก่ NAVER, SK Hynix, LG และ Doosan Group เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในประเทศ รองรับความต้องการของผู้ใช้งาน โดย NVIDIA ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดตัวเลขมูลค่าของแต่ละข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยความร่วมมือกับ SK Hynix เป็นข้อตกลงระยะเวลาหลายปีในการพัฒนาชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ ที่สอดคล้องกับแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ NVIDIA ตั้งแต่ระดับเซิร์ฟเวอร์จนถึงพีซี RTX Spark นอกจากนี้ SK Hynix จะนำเทคโนโลยี NVIDIA Omniverse มาใช้กับกระบวนการการผลิตชิปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NVIDIA ยังประกาศความร่วมมือกับ SK Telecom บริษัทโทรคมนาคมในเครือ SK Group เช่นกัน เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลคลาวด์ AI ระดับกิกะวัตต์ในเกาหลีใต้ บนแพลตฟอร์ม NVIDIA DSX คาดเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NVIDIA ยังประกาศความร่วมมือกับ NAVER เพื่อขยายศูนย์ข้อมูล AI จากระดับเมกะวัตต์ไปสู่ระดับกิกะวัตต์เช่นกัน รองรับการใช้งานของลูกค้าทั้งในเกาหลีใต้และต่างประเทศ ส่วน Doosan ที่เป็นบริษัทด้านพลังงาน ทำข้อตกลงเพื่อร่วมพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงานในศูนย์ข้อมูลสำหรับแพลตฟอร์ม AI ของ NVIDIA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนความร่วมมือกับ LG Group นั้น NVIDIA บอกว่ามีทั้งการพัฒนาหุ่นยนต์และเทคโนโลยี Physical AI, การสร้างศูนย์ข้อมูล AI แพลตฟอร์ม NVIDIA DSX ไปจนถึงเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.reuters.com/business/media-telecom/sk-hynix-announces-multi-year-tech-deal-with-nvidia-ai-factories-2026-06-07/&quot;&gt;Reuters&lt;/a&gt;, NVIDIA &lt;a href=&quot;https://nvidianews.nvidia.com/news/naver-ai-infrastructure&quot;&gt;[1]&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://nvidianews.nvidia.com/news/sk-hynix-ai-factory&quot;&gt;[2]&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://nvidianews.nvidia.com/news/sk-telecom-ai-infrastructure&quot;&gt;[3]&lt;/a&gt;, &lt;a href=&quot;https://blogs.nvidia.com/blog/nvidia-and-lg-group-ai-factory/&quot;&gt;[4]&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 11:06:02 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150844 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>[ไม่ยืนยัน] Apple จัดการประชุมเมื่อต้นปี 2025 เป็นผลให้ตัดสินใจยกเครื่อง Siri อีกรอบ และยอมใช้โมเดล AI จาก Google</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150843</link>
  <description>&lt;p&gt;ข่าวลือแอปเปิลโดย Mark Gurman แห่ง Bloomberg ประจำสัปดาห์นี้ เป็นการโหมโรงก่อนงานสัมมนานักพัฒนา WWDC 2026 คืนนี้ ซึ่งคาดว่าหัวข้อหลักที่แอปเปิลจะนำเสนอคือการอัปเกรด Siri พร้อมความสามารถปัญญาประดิษฐ์ Apple Intelligence ที่&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/140282&quot;&gt;แอปเปิลเปิดตัวมาตั้งแต่สองปีก่อน&lt;/a&gt; แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จและเลื่อนการออกฟีเจอร์มาหลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของ Gurman ย้อนเวลาพูดถึงการแก้ปัญหาดังกล่าวช่วงต้นปี 2025 โดยผู้บริหารระดับสูงแอปเปิลได้จัดการประชุมนำโดยซีโอโอเวลานั้น Jeff Williams ว่าด้วยวิกฤติที่เกิดขึ้นกับ Apple Intelligence และฟีเจอร์ใหม่ของ Siri ที่ไม่สามารถออกมาตามที่ประกาศไป เพราะหากแอปเปิลไม่เปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ผลกระทบน่าจะรุนแรงมาก โดยซีอีโอ Tim Cook ได้สะท้อนความเห็นผ่านมาว่าเขาไม่เชื่อมั่นในหัวหน้า AI เวลานั้น &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/149083&quot;&gt;John Giannandrea&lt;/a&gt; และต้องการผู้บริหารคนอื่นที่จะเข้ามาแก้ไข ซึ่ง &lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/146003&quot;&gt;Mike Rockwell&lt;/a&gt; ที่ตอนนั้นดูแลโครงการ Vision Pro ตกลงที่จะมานำทีม AI ซึ่งผู้บริหารตอนนั้นก็เห็นด้วย เพราะเมื่อ &lt;strong&gt;10 ปีก่อน&lt;/strong&gt; Rockwell เคยถูกวางตัวให้ดูแลโครงการ &quot;ยกเครื่อง Siri&quot; โดยกำหนดเป็นแผนงานระยะเวลา 5 ปี แต่ผู้บริหารแอปเปิลไม่เห็นด้วย เขาจึงมาดูแลโครงการ Vision Pro แทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการเข้ามาดูแล AI ของ Rockwell ก็ไม่ได้เต็มตัวอย่างที่ควรเป็น เดิมเขาคิดว่าจะได้ตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่าย AI แทน Giannandrea และขึ้นตรงกับ Tim Cook แต่ Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์มองว่าการปรับปรุง Siri สำคัญกว่าการโฟกัสที่การสร้าง AI ขึ้นทำให้ Rockwell ยังอยู่ใต้ Federighi&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังแอปเปิลพยายามพัฒนาโมเดล AI ขึ้นมาเองหลายครั้งแต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี Rockwell เลยเสนอว่าให้แอปเปิลไปเจรจาใช้งานโมเดลกับพันธมิตรภายนอกเลย ซึ่งก็จบลงที่&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/149426&quot;&gt;ดีลกับกูเกิลในการใช้งาน Gemini&lt;/a&gt; นั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานยังบอกว่าแม้ตามข้อมูลนี้แอปเปิลอาจดูไม่เน้นการพัฒนา AI เองมากนัก แต่หลังการประชุมต้นปี 2025 Tim Cook ก็ลงมาดูแลงานที่เกี่ยวกับ AI มากขึ้น และลงรายละเอียดด้วยตนเองในทุกส่วน ซึ่งโครงการอื่น Cook ไม่ลงมาขนาดนี้ เพราะเขามองว่าแอปเปิลต้องผ่านปัญหานี้ไปให้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน WWDC คืนนี้จึงมีความน่าสนใจว่าแอปเปิลจะนำเสนอ Siri พลัง Gemini ออกมาในรูปแบบใด และ Tim Cook จะอำลาตำแหน่งซีอีโอใน WWDC สุดท้ายของเขาพร้อมกับการส่งต่องาน AI ที่ดูแลให้&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150309&quot;&gt;ซีอีโอคนใหม่ John Ternus&lt;/a&gt; อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา: &lt;a href=&quot;https://www.bloomberg.com/news/newsletters/2026-06-07/wwdc-2026-apple-s-secret-meeting-that-led-it-to-take-ai-seriously-ios-27&quot;&gt;Bloomberg&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 11:04:48 +0000</pubDate>
    <dc:creator>arjin</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150843 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>
<item>
  <title>แอพ Samsung Health อัพเกรดใหม่ แสดงข้อมูลเข้าใจง่ายขึ้น เตรียมรับ Galaxy Watch รุ่นใหม่</title>
  <link>https://www.blognone.com/node/150840</link>
  <description>&lt;p&gt;ซัมซุงประกาศอัพเกรดแอพ Samsung Health บน Android ในวันนี้ (8 มิ.ย.) เพื่อเตรียมการสำหรับนาฬิกา Galaxy Watch รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงของแอพ Samsung Health เป็นการย่อยข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น มีคำแนะนำที่ปฏิบัติตามได้ทันที ตามสภาพตลาดอุปกรณ์สุขภาพที่เปลี่ยนไปเยอะในช่วงหลัง (จากการเข้ามาของ Whoop จน&lt;a href=&quot;https://www.blognone.com/node/150472&quot;&gt;กูเกิลต้องออก Fitbit Air พร้อมแอพ Google Health มาแข่ง&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอพเวอร์ชันใหม่จะจัดข้อมูลสุขภาพเป็น 5 กลุ่มหลัก Sleep, Activity, Nutrition, Mindfulness, Vitals เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น และจะแสดงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Vitals&lt;/strong&gt; รวมข้อมูลสุขภาพ 5 ตัว (heart rate, heart rate variability, respiratory rate, skin temperature, blood oxygen) ของผู้สวมใส่ในคืนที่ผ่านมา สรุปให้อ่านง่ายๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราเมื่อคืนนี้&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Heart Health Score&lt;/strong&gt; คะแนนสุขภาพหัวใจ พัฒนาต่อจาก Vascular Load ที่เพิ่มเข้ามาในปีที่แล้ว ทำให้เป็นคะแนนเพื่ออ่านเข้าใจง่ายขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Daily Cardio Load&lt;/strong&gt; ภาพรวมการออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อให้วางแผนการออกกำลังกายของวันนั้นได้เหมาะสม&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;Fitness Index&lt;/strong&gt; ดัชนีการออกกำลังกาย 5 มิติ โดยวัดเทียบกับคนระดับเดียวกัน&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ที่มา - &lt;a href=&quot;https://news.samsung.com/global/samsung-introduces-next-gen-galaxy-watch-features-for-ai-powered-everyday-health-companion&quot;&gt;Samsung&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;</description>
  <pubDate>Mon, 08 Jun 2026 05:41:48 +0000</pubDate>
    <dc:creator>mk</dc:creator>
    <guid isPermaLink="false">150840 at https://www.blognone.com</guid>
    </item>

  </channel>
</rss>
